เหล็กอัลลอย ระวังให้ดี! เพราะมีผลต่อโครงสร้าง

ความหลากหลายของสินค้าในตลาดคือโอกาสของผู้บริโภคที่สามารถเลือกตัวเลือกที่เหมาะกับตนเองได้ แต่จะดีกว่านั้นหากสินค้าเหล่านั้นมีคุณภาพและมาตรฐาน ไม่ใช่การหาช่องโหว่เพื่อสร้างกำไรโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพการใช้งาน

ในโลกของอุตสาหกรรมเหล็ก นอกจากเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ H-Beam ที่ถูกผลิตมาเพื่อใช้เป็นชิ้นส่วนโครงสร้างอาคารเป็นหลัก ยังมีการนำเหล็กอัลลอยที่เจือธาตุเสริมอื่น ๆ เข้ามาใช้งานก่อสร้างอาคาร ซึ่งจริง ๆ แล้ว ไม่เหมาะกับการใช้งานโครงสร้างอาคาร แต่ด้วยกรอบภาษีที่แตกต่างจากการนำเข้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ H-Beam จึงเป็นช่องที่ผู้ผลิตต่างประเทศบางรายเจือธาตุอย่าง เช่น โบรอน ซึ่งเกิดความเสี่ยงมหาศาลกับโครงสร้างอาคาร

การเติมโบรอนเข้ามาในเนื้อเหล็กยังส่งผลให้เหล็กเปราะหักง่าย เชื่อมยากมากขึ้นโดยเฉพาะเสาและคานที่เป็นโครงสร้างหลัก ในการก่อสร้างสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอย่างแรกคือความปลอดภัย ดังนั้นผู้ใช้งานควรตรวจสอบเหล็กอย่างละเอียดก่อนเลือกใช้ ไม่ควรเน้นเลือกสินค้าราคาถูก แต่ควรเลือกสินค้าที่ได้มาตรฐานก่อสร้างในประเทศ และมอบความคุ้มค่าและปลอดภัยให้อย่างยั่งยืน

 

เหล็กอัลลอยคืออะไร? – ต่างจากเหล็กทั่วไปอย่างไร?

เหล็กอัลลอย คือ เหล็กที่มีการเติมธาตุอื่น ๆ เข้าไปเพิ่มเติมนอกเหนือจากเหล็ก (Fe) และคาร์บอนที่เป็นธาตุหลักในเหล็กกล้า เพื่อเพิ่มและปรับปรุงคุณสมบัติเหล็ก โดยทั่วไปจะนิยมผสมธาตุอื่น เช่น โครเมียมเพื่อเพิ่มการต้านทานการกัดกร่อน นิกเกิลเพื่อเพิ่มความเหนียว หรือโบรอนเพื่อเพิ่มความแข็งให้กับเหล็กด้านใดด้านหนึ่ง

แต่สิ่งที่ต้องระวัง คือการผสมธาตุเหล่านี้ มี “มาตรฐาน” กำหนดไว้เคร่งครัดในมาตรฐานต่าง ๆ รวมถึงมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. เพื่อให้เหล็กยังปลอดภัยสำหรับงานโครงสร้าง แต่ปัจจุบันมีการเจือธาตุเกินกำหนดเพื่อเลี่ยงไปใช้พิกัดภาษีเหล็กอัลลอยแทน ส่งผลให้คุณสมบัติเหล็กด้อยลงจนส่งผลต่อความแข็งแรงเมื่อนำไปใช้งาน

 

เมื่อเหล็กนำเข้าใช้ช่องโหว่ เพื่อเลี่ยงภาษี

กรณีที่เคยเกิดขึ้นจริงในไทย คือการที่ผู้ผลิตเหล็กจากต่างประเทศใช้การผสมโบรอน (B) เข้ามาในเนื้อเหล็กกล้าเพื่อเลี่ยงไปใช้พิกัดภาษีเหล็กอัลลอยแทน โดยมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 1227-2558 ระบุไว้เหล็กต้องมีโบรอนไม่เกิน 0.0008% แต่ผู้ผลิตบางรายจึงเลือกเติมโบรอนเข้ามามากกว่า 0.0008% เพื่อเลี่ยงภาษีการนำเข้า และผิดมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 1227-2558 ด้วย

แม้จะมีการเติมโบรอนในเหล็ก แต่สำหรับมาตรฐาน มอก. ของไทยยังระบุชัดเจนว่าเหล็กที่จะทำมาใช้ในการก่อสร้าง ต้องมีโบรอนไม่เกิน 0.0008% เท่านั้น ดังนั้นการที่เหล็กอัลลอยไหลเข้าสู่ตลาดไทยโดยผู้ผลิตเน้นการเลี่ยงภาษีเป็นหลัก โดยไม่คำนึงถึงคุณสมบัติของเหล็กเท่าที่ควร แม้ราคาจะถูกลง ดูคุ้มค่ามากกว่าเหล็กกล้า แต่การเลือกใช้เหล็กที่เติมธาตุไม่ตรงตาม มอก. กำหนด ก็เสี่ยงให้โครงสร้างอาคารเกิดปัญหาได้

 

ผลต่อโครงสร้างจากการใช้เหล็กอัลลอย

แม้การเติมธาตุอื่น ๆ เข้ามาจะเป็นการช่วยเสริมให้เหล็กมีคุณสมบัติรับแรงต่าง ๆ ดีขึ้น แต่ในกรณีของโบรอนที่ถูกเติมเข้ามา แม้จะมากกว่าปริมาณ 0.0008% เพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งผลต่อคุณสมบัติของเหล็กได้ โดยส่งผลให้เหล็กไวต่อความร้อนมากขึ้น เมื่อนำมาเชื่อมจะทำให้เหล็กเกิดรอยร้าวรอบ ๆ แนวเชื่อมและแตกเปราะได้ง่ายในภายหลัง เสาและคานจึงเสี่ยงอันตรายมากขึ้น นอกจากนี้ยังลดความยืดหยุ่นของเหล็กลง เมื่อต้องรับแรงสั่นสะเทือน แทนที่เหล็กจะสามารถไว้ตัว มีความยืดหยุ่นในระดับหนึ่งกลับกลายเป็นโครงสร้างแข็งเกินไป หักเปราะได้ง่าย

 

ตรวจสอบก่อนซื้อ! เพราะเหล็กคุณภาพดีต้องรับแรงได้ครบอย่างสมดุล

วัสดุที่นำมาใช้เป็นโครงสร้างหลักของอาคารเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องตรวจสอบและเลือกอย่างพิถีพิถัน ให้มีความแข็งแรงและปลอดภัยสูง แต่เหล็กอัลลอยที่เข้ามาภายในประเทศมักหวังผลในเชิงกำไรโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพเหล็กที่เหมาะกับการใช้งานตาม มอก. เท่าที่ควร ส่งผลให้การนำไปใช้งานยุ่งยาก ต้องซื้อวัสดุใหม่เพื่อแก้ไขงานซึ่งทำให้งบประมาณสูงขึ้น ทั้งยังใช้เวลาแก้งานนานขึ้น

ดังนั้นการตรวจสอบก่อนซื้อเหล็กมาใช้จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ได้เหล็กโครงสร้างที่แข็งแรงมีคุณสมบัติครบตามมาตรฐาน มอก. ได้โครงสร้างที่รับแรงต่าง ๆ ได้อย่างสมดุล ปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและสร้างความคุ้มค่าให้กับเจ้าของโครงการในระยะยาวได้จริง

สนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนและบริการ Steel Solution by SYS จาก SYS สามารถติดตามได้ทางช่องทาง

WEBSITE-SYS STEEL: https://bit.ly/3qYADQ0

YOUTUBE: http://bit.ly/3asNqnp

LINE: https://bit.ly/3gEI0tz 

TikTok: https://bit.ly/46AnaTP