By SteelMaster 18 January 17

มาตรฐานเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน


เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน มากมายหลายมาตรฐาน ประเทศผู้ผลิตเหล็กจะผลิตเหล็กโดยมีมาตรฐานเป็นของตนเอง เพื่อให้ประเทศที่มีการจัดการอุตสาหกรรมแบบเดียวกันยอมรับและ นำไปใช้งาน มาตรฐานเหล็กตามระบบที่นิยมใช้กัน เป็นมาตรฐานสากล มี 3 ระบบ คือ

1. ระบบอเมริกา นิยมใช้กัน 2 มาตรฐาน

- ระบบ AISI (American Iron and Steel Institute)

- ระบบ SAE (Society of Automotive Engineer)

2. ระบบเยอรมัน เรียกว่า DIN (Deutsch Industrial Norms)

3. ระบบญี่ปุ่น เรียกว่า JIS (Japanese Industrial-Standards)


มาตรฐานของเหล็กรูปพรรณรีดร้อนของทุกประเทศ จะถูกกำหนดการควบคุมคุณภาพการผลิตสินค้าใน 4 ประเด็นหลักๆ ได้แก่

1. ชั้นคุณภาพ (Grade) :

เช่น A36 ของมาตรฐานประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเทียบเท่ากับ ชั้นคุณภาพ SS400 ของ มอก. และ ชั้นคุณภาพ SM520 ซึ่งเป็นชั้นคุณภาพของเหล็กกำลังสูง ของ มอก. เป็นต้น โดยแต่ละชั้นคุณภาพจะมี 2 หลักเกณฑ์ในการแบ่งชั้นคุณภาพดังนี้

• คุณสมบัติทางกล (Mechanical Properties) เช่นคุณสมบัติในการต้านทานแรงดึงที่จุดคราก (Yield Point) ฯลฯ

• ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Compositions) เป็นการควบคุมสารเจือปนต่างๆในน้ำเหล็ก

2. ขนาดของหน้าตัด (Dimension) :

เหล็กรูปพรรณรีดร้อนของแต่ละประเทศจะมีขนาดหน้าตัดมาตรฐานที่ถูกควบคุม เช่นความหนา, ความกว้างปีก, ความลึก, พื้นที่หน้าตัด ฯลฯ

3. เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ (Tolerance)

วิธีการทดสอบทางด้านต่างๆ



ดังนั้นในการเลือกซื้อ หรือออกแบบเหล็กรูปพรรณรีดร้อนหน้าตัดมาตรฐาน 1 หน้าตัด จึงควรที่จะระบุทั้ง “ชั้นคุณภาพ” และ “ขนาดของหน้าตัด” เช่น H300x300x10x15 Grade SS400 หรือ H300x300x10x15 Grade SM520 เป็นต้น


ตารางเปรียบเทียบ H 300X300X15 Grade SS400, SM520


จากตาราง   ทั้ง 2 หน้าตัดซึ่งมีขนาด (Dimension) เท่ากัน แต่จะมีคุณสมบัติในการรับแรงดึงที่แตกต่างกันถึง 50% เนื่องจากเป็นคนละชั้นคุณภาพกัน ซึ่งหากเลือกใช้ผิดชั้นคุณภาพ ก็จะมีผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารได้


เพื่อป้องกันการสับสนในการใช้สินค้าผิดชั้นคุณภาพ ดังนั้นในมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 1227-2539 จึงได้มีการระบุในหัวข้อ “เครื่องหมายและฉลาก” โดยบังคับให้ที่เหล็กทุกท่อนจะต้องมีการระบุ “ชั้นคุณภาพ” และ “ชื่อโรงงานผู้ผลิต” ในรูปแบบตัวอักษรนูน (Brandmark) เพื่อป้องกันสินค้าจากโรงงานที่ไม่ได้การรับรองมาตรฐาน

ส่วนรายละเอียดทางด้าน ขนาด, ความหนา, ความยาว และหมายเลขการหลอมแต่ะละครั้ง จะมีการแสดงข้อมูลอยู่ในรูปแบบของ Sticker ซึ่งเหล็กรูปพรรณรีดร้อนจาก SYS ทุกท่อนจะผ่านขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพ และทำการทดสอบคุณสมบัติด้านต่างๆ ตามมาตรฐานที่ลูกค้าสั่งซื้อเช่น มาตรฐาน มอก.1227-2539 แล้วจะพิมพ์ผลการทดสอบใน “Mill Inspection Certificate” ซึ่งจะแสดงผลการทดสอบต่างๆดังนี้

* Yield Point : ความต้านแรงดึงที่จุดคราก

* Tensile Strength : ความต้านแรงดึง

* Elongation  : ความยืดตัว

* Bend Test – การดัดโค้ง

* Impact Test : ความต้านการกระแทก

* Chemical Composition : ส่วนประกอบทางเคมี


โดยลูกค้าที่ซื้อเหล็กจาก SYS สามารถขอข้อมูลผลการทดสอบสินค้าหรือ “Mill Inspection Certificate” ได้จากร้านผู้แทนจำหน่ายที่ซื้อสินค้า หรือจาก SYS โดยแจ้ง Heat Number ที่ปรากฎบน Sticker เพื่อขอรับ Mill Certificate ได้ครับ

 

Related Articles


HBEAM CONNECT ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและพัฒนาประสบการณ์ในการใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ ยอมรับไม่ยอมรับ