By SteelMaster 16 June 21
รู้ก่อนเริ่ม! โครงสร้างหลังคาเหล็กประเภทใด คุ้มค่า เหมาะกับโครงการของคุณมากที่สุด!


หลายคนอาจมีข้อสงสัยเมื่อต้องเริ่มต้นก่อสร้างอาคารโรงงานหรือคลังสินค้าสักโครงการหนึ่ง ว่าเราควรเลือกใช้โครงสร้างหลังคาเหล็กประเภทใด ระหว่างโครงข้อแข็ง (Portal Frame) กับโครงถัก (Truss) เราจะมาเปรียบเทียบให้เห็นถึงข้อดีข้อเสีย เพื่อการพิจารณาหาโครงสร้างที่เหมาะสม ตอบโจทย์ทั้งการใช้งาน ประสิทธิภาพ และความประหยัดสูงสุด  



Portal Frame VS Truss แตกต่างกันอย่างไร

ด้วยรูปแบบภายนอกเราจะเห็นได้ว่า “โครงข้อแข็ง หรือ Portal Frame” ดูเรียบง่ายมากกว่า โครงถัก จากลักษณะของโครงสร้างทั้งหมดที่ยึดเหนี่ยวแข็งแรงด้วยการยึดให้แน่นที่สุดทั้งโครงไม่ว่าจะเป็นพื้นหรือหลังคา โครงสร้างทั้งหมดจึงทำหน้าที่รับแรงร่วมกันและถ่ายแรงกระทำลงสู่ฐานราก ลดพฤติกรรมการโก่งของคานและทำให้มีช่วงพาดได้กว้างมากขึ้น โดยทั่วไปประกอบขึ้นได้ทั้งจากเหล็กรูปพรรณหรือเหล็กเอชบีม H-BEAM และ CELLULAR BEAM


ในขณะที่ “โครงถัก หรือ Truss” เป็นโครงสร้างที่นำชิ้นส่วนโครงสร้างสามเหลี่ยมมาประกอบเข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มความแข็งแรง จึงมีความลึกและใช้พื้นที่ของโครงสร้างมากกว่าโครงข้อแข็ง แต่ก็มีน้ำหนักเบาและสามารถวางพาดในช่วงพาดกว้างได้ดี โดยมักนิยมใช้เหล็กรูปพรรณหรือเหล็กเอชบีม H-BEAM และ CUT-BEAM โดยสามารถใช้โครงถักได้กับโครงสร้างอาคารทุกส่วน เช่น พื้น หลังคา เป็นต้น ซึ่งระบบโครงสร้างทั้ง 2 ประเภทนี้ ต่างก็มีข้อดีคือทำให้อาคารมีช่วงพาดกว้าง ๆ ได้โดยไม่ต้องมีเสากลางอาคารเช่นเดียวกัน



Portal Frame ดีไซน์สวย ตอบโจทย์เรื่องพื้นที่ใช้สอย

โครงข้อแข็ง หรือ Portal Frame เหมาะกับโครงการที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยหรือปริมาตรภายในที่กว้างและมีความสูงมากกว่าอาคารพักอาศัยปกติ เช่น ห้องประชุม โรงอาหาร สนามกีฬาในร่ม โกดังและโรงงาน ซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียวที่มีช่วงเสากว้างได้ตั้งแต่ 12 ถึง 45 เมตร ซึ่งสามารถเลือกใช้เป็น H-BEAM หรือ CELLULAR BEAM ก็ได้ ทำให้ได้โครงสร้างอาคารที่มีดีไซน์สวย ดูโปร่งโล่งทันสมัย และมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยของโครงสร้าง อีกทั้งยังประหยัดเวลาในการก่อสร้างมากกว่าเพราะลดขั้นตอนการเชื่อม เนื่องจากมีชิ้นส่วนของโครงสร้างที่น้อยกว่าโครงถัก


แต่โครงข้อแข็งก็มีข้อจำกัดเรื่องของช่วงพาด โดยระยะช่วงพาดที่คุ้มค่าไม่ควรเกิน 30 เมตร เพราะหากเป็นช่วงพาดที่กว้างกว่านี้จะต้องใช้เหล็กที่มีหน้าตัดขนาดใหญ่ขึ้นตามไปด้วย หากมีระยะพาดมากกว่า 30 เมตร การเลือกใช้โครงถักจะประหยัดมากกว่า



Truss ตัวเลือกสำหรับอาคารขนาดใหญ่ต้องการช่วงพาดกว้าง

โครงถัก หรือ Truss สามารถแบ่งได้หลากหลายรูปแบบตามการออกแบบและประเภทการใช้งาน เช่น โครงถักทางเดียวรูปแบน โครงถักรูปจั่ว ซึ่งนิยมใช้กันในอาคารอุตสาหกรรมและอาคารสาธารณะ ที่มีช่วงพาดตั้งแต่ 12 ถึง 60 เมตร ดังนั้นหากเราต้องการโครงสร้างแบบช่วงพาดกว้าง (Long span) มากกว่า 30 เมตรขึ้นไป โครงถักจะช่วยประหยัดค่าวัสดุเหล็กได้มากกว่า ถึงแม้ว่าชิ้นส่วนจะเยอะและมีความซับซ้อน แต่ก็มีน้ำหนักเบาเพราะเกิดจากการประกอบกันของชิ้นส่วนหน้าตัดขนาดเล็ก


แต่โครงถักอาจไม่เหมาะสำหรับอาคารที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยใต้หลังคามาก ๆ เนื่องจากโครงถักจะมีความลึกมากขึ้นตามระยะช่วงพาดที่กว้างขึ้น ซึ่งสำหรับในโครงการที่มีช่วงกว้างไม่ถึง 30 เมตรและต้องการความสูงเยอะ ๆ แนะนำให้เลือกใช้โครงข้อแข็งซึ่งสอดคล้องกับดีไซน์มากกว่า อีกทั้งยังช่วยประหยัดเวลา ทำงานง่ายและลดค่าใช้จ่ายในการตัดเชื่อมเหล็กได้มากขึ้น






 

Related Articles


เตรียมความพร้อมสู่ยุค Net Zero Carbon นโยบายช่วยโลกที่เราทุกคนควรให้ความสำคัญ
เตรียมความพร้อมสู่ยุค Net Zero Carbon นโยบายช่วยโลกที่เราทุกคนควรให้ความสำคัญ

ไขข้อข้องใจ การตรวจสุขภาพเหล็กโครงสร้างควรเริ่มเมื่อไหร่ และรับมือกับสนิมอย่างไรจึงเหมาะสม
ไขข้อข้องใจ การตรวจสุขภาพเหล็กโครงสร้างควรเริ่มเมื่อไหร่ และรับมือกับสนิมอย่างไรจึงเหมาะสม

5 เหตุผลที่โครงสร้างเหล็กบีมยังคงคุ้มค่าคุ้มราคาเสมอ แม้สถานการณ์จะเปลี่ยน
5 เหตุผลที่โครงสร้างเหล็กบีมยังคงคุ้มค่าคุ้มราคาเสมอ แม้สถานการณ์จะเปลี่ยน

HBEAM CONNECT ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและพัฒนาประสบการณ์ในการใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ ยอมรับไม่ยอมรับ