อัปเดตเส้นทางสู่ความยั่งยืนของการก่อสร้างไทย ในปี 2569

การรักษ์โลก” ไม่ใช่แค่กระแส – แต่คือ Mega Trend ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องและเป็นเสมือนใบเบิกทางสำคัญของไทยในตลาดเศรษฐกิจโลก

ปัจจุบันโลกไม่ได้ให้ความสำคัญแค่ตัวเลขการเติบโตเท่านั้น แต่ยังชูประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมขึ้นร่วมด้วย ส่งผลให้ในทุกกิจกรรมจำเป็นที่จะต้องคิดเผื่อหรือปรับให้สอดคล้องกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งการคิดมุมใหม่ให้กิจกรรมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ได้ช่วยเพิ่มผลเชิงบวกกลับคืนให้กับสังคมและโลกเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานให้ประเทศสามารถแข่งขันและเพิ่มโอกาสในตลาดลงทุนด้วย

ประเทศไทยเองได้พัฒนาและก้าวตามเทรนด์โลกอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเตรียมพร้อมด้านโครงสร้างสาธารณูปโภคและชูประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึง SYS ที่ให้ความสำคัญกับการผลิตที่รักษ์โลก ตลอดจนอัปเดตการรับรองด้านสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ

การอัปเดตความคืบหน้าทั้งในภาพกว้างของประเทศและภาคส่วนของ SYS จึงเป็นการผนึกกำลัง ให้ความร่วมมือที่สอดคล้องกัน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่พร้อมผลักดันประเทศไทยให้ก้าวทันสากลและยกระดับศักยภาพของประเทศให้เป็นที่เชื่อมั่นในเวทีโลกมากขึ้น

 

‘Net Zero’ เป้าหมายใหญ่ กับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

หากมอง Mega Trend ของโลก เรื่องของสิ่งแวดล้อมถือเป็นเทรนด์ใหญ่ที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญและพยายามปรับตัวหรือมองหาลู่ทางเพื่อให้ทุกกิจกรรมหรืออุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดผลกระทบที่ทำลายโลกลงอย่างต่อเนื่อง จนเกิดเป็นความร่วมมือร่วมกันในระดับสากลโดยเฉพาะเป้าหมาย Net Zero ที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ ในขณะเดียวกันก็มีแนวทางทดแทนหรือสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีกลับคืนสู่โลกอย่างยั่งยืนด้วยเช่นกัน

นโยบายนี้จึงเป็นหนึ่งในหลักการใหญ่ระดับประเทศ รวมถึงประเทศไทยเองที่จะต้องปรับปรุงและพัฒนา ทั้งด้านอุตสาหกรรม การผลิต การก่อสร้างต่าง ๆ ให้สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลงและเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ยั่งยืนกว่า เช่น การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสะอาด (น้ำ ลม หรือแสงอาทิตย์) หรือการเลือกใช้วัสดุที่มีกระบวนการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถหมุนเวียนใช้ซ้ำได้

Net Zero ไม่ใช่เทรนด์ใหม่ที่มาแล้วไปหรือสำเร็จได้โดยใช้เวลาไม่นาน แต่คือเทรนด์ใหญ่ที่ทุกฝ่ายของประเทศต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังและใช้เวลาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่าพร้อมกัน

 

ก้าวสำคัญของไทยกับ SDGs อันดับ 1 ของอาเซียน

แม้เรื่องสิ่งแวดล้อมจะเป็นเทรนด์ใหญ่ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนักในภาพรวม แต่เมื่อมองลงไปในรายละเอียดจะเห็นถึงการพัฒนาหรือการก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอ โดยในประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่วมลงนามใน SDGs ซึ่งเป็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์กรสหประชาชาติ (UN) ที่เปรียบเสมือนแผนที่โลกในการพัฒนาไปสู่ความยั่งยืน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนการร่วมมือกันของทุกประเทศ ภายใต้เป้าหมาย 17 ข้อ โดยตั้งเป้าว่าจะทำให้สำเร็จภายในปี พ.ศ.2573 (ค.ศ.2030)

(ขอบคุณรูปภาพและที่มาจาก: https://www.sdgmove.com/2025/06/24/sdg-index-2025-thailand/)

ประเทศไทยได้เข้าร่วมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ.2015) และได้มีการวางนโยบาย ลงมือพัฒนาปรับปรุงเรื่อยมา รวมถึงมีรายงานการพัฒนาที่ยั่งยืนประกาศความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2568 (ค.ศ.2025) เรียกได้ว่าเป็นก้าวสำคัญที่ของประเทศไทย คือการก้าวขึ้นมาเป็นประเทศที่มีการพัฒนาและบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ในอันดับที่ 43 จาก 167 ประเทศ อันดับ 3 ของเอเชียและถือเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน

การขยับและรักษาอันดับต้น ๆ ของประเทศเอาไว้ได้แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการพัฒนาแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องตามนโยบายโลก เพื่อให้ประเทศเท่าทันสากลและสร้างความยั่งยืนตามแบบ Net Zero ได้จริง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีเป้าหมายที่ท้าทายที่ต้องใช้เวลาและการสร้างรากฐานเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนเช่นกัน เช่น ด้านพลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม อุตสาหกรรม การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ฯลฯ

 

เน้นพลังงานสะอาดและกระบวนการรักษ์โลกมากขึ้น

พลังงานสะอาด กระบวนการก่อสร้างหรือการผลิตที่รักษ์โลก ถูกชูเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญที่ประเทศไทยจะดำเนินการอย่างเข้มข้นกว่าเดิม เพราะเป็นการวางรากฐานในระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถพัฒนาและต่อยอดไปยังอุตสาหกรรม การผลิต หรือส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของชาวเมืองได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งการเพิ่มสัดส่วนด้านพลังงานสะอาดยังช่วยดึงดูดให้เกิดการลงทุนที่เน้นเรื่องสิ่งแวดล้อมในไทยเพิ่มขึ้นด้วย

หากมองในมุมของอุตสาหกรรมการก่อสร้าง หัวใจสำคัญคือการเลือกวัสดุที่ผ่านกระบวนการผลิตที่รักษ์โลกหรือมีการใช้พลังงานสะอาดเข้ามาร่วมด้วย ซึ่งจะช่วยลดค่า Carbon Footprint ได้อย่างมีนัยยะสำคัญ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าวัสดุที่ผลิตในประเทศไทยได้ปรับตัวและได้มาตรฐานสากล ทำให้พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก ช่วยสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนเลือกลงทุนและใช้ฐานการผลิตในประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจ เม็ดเงินที่หมุนเวียน การจ้างงานที่เพิ่มขึ้นและค่าประสบการณ์ของประเทศที่น่าเชื่อถือมากขึ้นในอนาคต

 

วางแผนรับการลงทุน Data Center อย่างครบวงจร

อีกมุมหนึ่งที่การพัฒนาด้านพลังงานสะอาดและกระบวนการรักษ์โลกสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงก้าวสำคัญให้กับประเทศไทยได้ คือการเป็นฟันเฟืองสำคัญในการดึงดูดการลงทุน Data Center ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โดยประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพสูงในการเป็นฐานที่ตั้งของภูมิภาคอาเซียน ทั้งในด้านตำแหน่งที่ตั้ง พื้นที่ว่าง ค่าแรง ค่าวัสดุก่อสร้าง ระบบโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่ครบและพร้อม

อย่างไรก็ตาม Data Center เป็นธุรกิจที่ต้องใช้พลังงานมหาศาล นักลงทุนจากต่างประเทศจึงไม่ได้มองเพียงความพร้อมของสถานที่ แต่มองไปถึงความยั่งยืนที่นอกจากจะรองรับให้ Data Center ดำเนินการได้เสถียรตลอด 24 ชม. ยังช่วยให้ระบบสอดคล้องเข้ากับการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคตด้วย หากประเทศไทยสามารถนำเสนอระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด ตลอดจนวัสดุก่อสร้างที่สามารถลดการใช้พลังงานในการผลิต ลดมลพิษสู่อากาศภายนอก รวมถึงสามารถหมุนเวียนใช้ซ้ำได้ตลอดวงจรชีวิตวัสดุอย่างครบวงจร จะเป็นการดึงดูดโอกาสครั้งใหญ่ในตลาด Green Data Center เข้ามาในประเทศ ไม่เพียงแต่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การจ้างงานในระยะสั้น แต่เป็นการวางรากฐานให้ประเทศก้าวสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลสีเขียวได้อย่างยั่งยืน

 

SYS กับการอัปเดต EPD ฉบับที่ 2 (2025) เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเป็นวัสดุที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม

ในมุมมองของวัสดุก่อสร้างที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายรักษ์โลก ถือเป็นหนึ่งกุญแจสำคัญที่ช่วยพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ที่อยู่อาศัย และการใช้งานต่าง ๆ ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานได้

SYS ผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนในประเทศไทยเล็งเห็นถึงความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันและในอนาคตที่จะเข้มข้นมากขึ้น จึงให้ความสำคัญกับการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด รวมถึงพัฒนาเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมของวัสดุทุกชิ้นอยู่เสมอโดยการส่งข้อมูลเพื่อรับการตรวจสอบและรับรองคุณภาพด้านสิ่งแวดล้อม

โดยในปี พ.ศ. 2568 (ค.ศ.2025) SYS ได้รับการรับรองและอัปเดตผลจาก EPD เป็นฉบับที่ 2 ตอกย้ำความมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดนิ่ง ซึ่งยืนยันชัดเจนว่าคุณภาพของเหล็กโครงสร้างจาก SYS มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลดลง สิ่งนี้เองคือการสะท้อนให้เห็นว่าเหล็กโครงสร้างจาก SYS มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งในการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยพร้อมต่อการลงทุนในทุกรูปแบบ พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงการก่อสร้างในประเทศให้ก้าวสู่ Green Construction มากขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในระบบโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เช่น อาคารสาธารณะ โครงสร้าง Infrastructure ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและช่วยให้ไทยก้าวทันนโยบาย Net Zero ได้อย่างมั่นคงในฐานะผู้นำของภูมิภาค

 

สนใจโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูปจาก SYS ที่จะช่วยให้คำปรึกษาและเตรียยมขั้นตอนงานนก่อสร้างโครงสร้างเหล็กให้เสร็จสรรพ สามารถติดต่อสอบถามได้ทางช่องทาง

WEBSITE-SYS STEEL: https://bit.ly/3qYADQ0

YOUTUBE: http://bit.ly/3asNqnp

LINE: https://bit.ly/3gEI0tz 

TikTok: https://bit.ly/46AnaTP