By SteelMaster 06 January 17

เหล็กรับมือแผ่นดินไหว


เหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.3 ตามมาตราริกเตอร์ที่ จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 ตามมาด้วยอาฟเตอร์ช็อกรวมกันกว่า 1,000 ครั้ง ตลอดระยะเวลา 1 เดือน หลังเกิดเหตุ สร้างความเสียหายให้กับอาคารบ้านเรือน โรงเรียน วัด สถานพยาบาล ฯลฯ ในพื้นที่รวมกันกว่า 10,000 หลังคาเรือน นับว่าเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่รุนแรงและสร้างความเสียหายมากที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย สร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก 
เหตุการณ์แผ่นดินไหวเป็นภัยพิบัติที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า หรือป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ได้  สามารถทำได้เพียงลดระดับความรุนแรงของความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับบ้าน,อาคาร หรือชีวิตผู้อยู่อาศัยได้เท่านั้นน ซึ่งสาเหตุของความรุนแรงของเหตุการณ์แผ่นดินไหว แบ่งออกเป็น 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยทางธรรมชาติ และปัจจัยทางการก่อสร้าง   ปัจจัยทางธรรมชาติ ได้แก่


  1. ปริมาณพลังงานที่ปลดปล่อยจากการคลื่อนตัวของรอยเลื่อน 
  2. ระยะทางตามแนวราบจากจจุดศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวถึงตัวอาคาร (จุดกำเนิดยิ่งอยู่ไกล้อาคาร ความเสียหายยิ่งมาก)
  3. ระยะทางตามแนวดิ่ง(ความลึก) จากผิวดินถึงจุดศูนย์กลางการเกิด  (จุดกำเนิดยิ่งใกล้ผิวดิน ความเสียหายยิ่งมาก) 
  4. ประเภทของชั้นดิน  เช่น ผู้อยู่อาศัยในอาคารเขตกรุงเทพมหานคร ถึงแม้ว่าจะอยู่ไกลจากจุดศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวในครั้งนี้กว่า 800 กิโลเมตร ก็ยังรับรู้ได้ถึงการสั่นสะเทือน เนื่องจากพื้นที่ กทม. เป็นชั้นดินอ่อน ทำให้อาคารจะสั่นสะเทือนมากกว่า อาคารที่สร้างบนพื้นดินแข็งเช่นในภาคอีสาน หรือภาคกลาง ซึ่งอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวมากกว่า แต่ไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน
จากปัจจัยทางธรรมชาติข้างต้น ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ การที่เราจะสามารถอาศัยในบ้านหรืออาคารได้อย่างปลอดภัย เพื่อรับมือกับแผ่นดินไหวที่อาจจะจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ล้วนขึ้นอยู่กับ “ปัจจัยทางการก่อสร้าง” ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถควบคุมได้ที่จะสามารถช่วยลดทอนความรุนแรงจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวที่อาจจะเกิดขึ้นกับบ้านหรืออาคารให้รุนแรงน้อยลงได้

การก่อสร้างบ้านและอาคารในประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงและบ่อยครั้งเช่น ญี่ปุ่น, เมียนมาร์ ฯลฯ “อาคารโครงสร้างเหล็ก” เป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศเหล่านี้ ซึ่งคุณสมบัติที่เป็นกุญแจสำคัญ ที่ทำให้วิศวกรตัดสินใจเลือกใช้ “เหล็ก” เพื่อรับมือกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวก็คือ “ความเหนียว” (Ductility) โดยที่คุณสมบัตินี้จะส่งผลดีในการลดทอนความเสียหายได้ต่างๆดังนี้

ในกรณีที่เกิดแผ่นดินไหวเล็กน้อยถึงปานกลาง

พฤติกรรมของอาคาร อาคารโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก อาคารโครงสร้างเหล็ก
ขณะเกิดเหตุ อาคารสั่นไหวเล็กน้อย เนื่องจากโครงสร้างมีน้ำหนักมาก อาคารสั่นไหวปานกลาง เนื่องจากโครงสร้างมีน้ำหนักเบา
หลังเกิดเหตุ เกิดรอยแตกร้าวตามโครงสร้าง เนื่องจากโครงสร้างต้านแรง อาคารไม่เกิดความเสียหาย เนื่องจากโครงสร้างไหวตัวตามแรง
การซ่อมแซม สกัด,ทุบ หล่อเสา-คานคอนกรีตซ่อมแซม ไม่ต้องซ่อมแซม

ในกรณีที่เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงมาก

พฤติกรรมของอาคาร อาคารโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก อาคารโครงสร้างเหล็ก
ขณะเกิดเหตุ อาคารสั่นไหวปานกลางถึงมาก อาคารสั่นไหวมาก
หลังเกิดเหตุ โครงสร้างอาคารวิบัติแบบเปราะ และอาจถล่มลงมาทับผู้อาศัย โครงสร้างอาคารวิบัติแบบเหนียว โดยตัวอาคารยังคงสภาพอยู่
การซ่อมแซม ทุบอาคารแล้วสร้างใหม่ เปลี่ยนเสา-คานโครงสร้างเหล็กใหม่ในบริเวณที่เกิดการวิบัติ

คุณสมบัติด้าน “กำลังรับแรง” (Strength) จำเป็นในการรับแรงในแนวดิ่ง ส่วนแรงแผ่นดินไหวซึ่งเปรียบเสมือนการผลักอาคารให้เคลื่อนที่ในแนวราบ  จึงต้องการวัสดุก่อสร้างที่มีคุณสมบัติในด้าน “ความเหนียว” (Ductility) เพิ่มขึ้นมาด้วย  อาคารโครงสร้างเหล็กซึ่งมีคุณสมบัติของทั้ง 2 อย่าง จึงสามารถใช้ในการรับมือภัยพิบัติแผ่นดินไหวได้เป็นอย่างดี และถึงแม้ว่าในกรณีที่เกิดมหันตภัยแผ่นดินไหวที่รุนแรงมาก จนอาคารโครงสร้างเหล็กไม่สามารถต้านมหันตภัยธรรมชาติได้ แต่อาคารโครงสร้างเหล็กก็จะไม่ถล่มพังลงมา ยังคงสามารถปกป้องชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้อีกด้วย






 

Related Articles


HBEAM CONNECT ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและพัฒนาประสบการณ์ในการใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ ยอมรับไม่ยอมรับ