By SteelMaster 11 February 21
อาคารเหล็ก ทำพื้นด้วยวัสดุใดได้บ้าง? 

สำหรับในอาคารโครงสร้างเหล็ก ที่เสาและคานเป็นวัสดุเหล็ก หลายท่านอาจสงสัยว่า “พื้นบ้าน” ต้องใช้วัสดุอะไร ซึ่งจริงๆ แล้วบ้านโครงสร้างเหล็กสามารถทำพื้นได้หลากหลายไม่ต่างจากบ้านโครงสร้างคอนกรีต การเลือกใช้พื้นแต่ละประเภทจึงขึ้นอยู่กับการใช้งาน การรับน้ำหนัก ความชอบ และงบประมาณ โดยวันนี้เราจะพาไปดูพื้นอาคาร 3 แบบ ซึ่งนิยมนำมาใช้กับอาคารโครงสร้างเหล็ก ได้แก่ พื้นคอนกรีตสำเร็จรูป พื้นคอนกรีตหล่อในที่และพื้นไม้ ซึ่งมีรายละเอียดวิธีการติดตั้งต่า ๆ กันดังนี้  


พื้นคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast Concrete Slabs) 

สำหรับพื้นประเภทพื้นปูน วัสดุที่มักนิยมเลือกใช้กันคือ “แผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูป” โดยในปัจจุบันมีความยาวสูงสุดที่ 5 เมตร จึงเหมาะสำหรับในงานอาคารขนาดเล็กที่มีช่วงพาดไม่มาก แผ่นพื้นประเภทนี้มีขั้นตอนการใช้งานไม่ยุ่งยากและประหยัดเวลาจากการที่ไม่ต้องทำไม้แบบ ซึ่งโครงสร้างเหล็กมีความแข็งแรงเพียงพอเหมาะสำหรับการรับน้ำหนักแผ่นพื้นได้เป็นอย่างดี  


การติดตั้ง : 

การวางแผ่นพื้นสำเร็จในแต่ละช่วงคานควรใช้การวางแผ่นพื้นสลับกัน เพื่อเฉลี่ยน้ำหนักที่คานจะต้องรับให้สม่ำเสมอและเพื่อให้ระยะวางบนปีกคานเพียงพอ (ในกรณีคานมีขนาดเล็ก) ก่อนวางแผ่นพื้นให้ทำการยึดเหล็กเส้นบริเวณหลังคาน โดยใช้การเชื่อมเหล็กเส้น (Sher stud) ขนาด 6 มม. ยาว 50 ซม. ทุกระยะ 20 ซม. หรือระยะเท่ากับแผ่นพื้น หลังจากวางแผ่นพื้นแล้วให้พับเหล็กเส้นที่เชื่อมไว้รัดขอบแผ่นพื้นสำเร็จก่อนจะนำไปผูกติดกับเหล็กเสริมพื้น ต้องมีการเสริมค้ำยันกลางแผ่นพื้นที่ด้านล่างเพื่อรองรับน้ำหนักคอนกรีตระหว่างเทคอนกรีตทับหน้า (Topping) หลังเทคอนกรีตสามารถติดตั้งวัสดุปูพื้นหรือทำพื้นผิว (Finishing) ได้ตามที่ต้องการ  



พื้นคอนกรีตหล่อในที่ (Cast-in-Place Concrete Slabs) 

สำหรับพื้นประเภทพื้นปูนอีกชนิดคือพื้นคอนกรีตหล่อในที่ ซึ่งสามารถใช้งานในส่วนที่เปียก เช่น ห้องน้ำ หรือดาดฟ้าได้ โดยจะมี 2 ลักษณะได้แก่ แบบพื้นคอนกรีตขึ้นโครงยึดเหล็กเส้นกับแบบแผ่นเหล็กรีดลอน (Metal Deck) ซึ่งในงานโครงสร้างเหล็กแนะนำว่าควรเลือกใช้พื้นหล่อในที่แบบ Metal Deck เนื่องจากสามารถใช้แผ่น Metal Deck ปูแทนไม้แบบได้เลย ทำให้ทำงานง่ายและสะอาด บริเวณท้องพื้นซึ่งเป็นลอนโลหะสามารถใช้เป็นฝ้าของห้องชั้นล่างได้ด้วย โดยปัจจุบันแผ่นเหล็กสามารถสั่งตัดได้ความยาวสูงสุดถึง 12 เมตร จึงเหมาะสำหรับการใช้งานอาคารในขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เช่น อาคารสำนักงาน โรงงาน เป็นต้น



การติดตั้ง : 

การวางระดับพื้น Metal Deck สามารถวางในระดับเดียวกับปีกเหล็ก (Flange) หรือวางบนปีกเหล็กได้ตามความต้องการของผู้ออกแบบ โดยในกรณีที่วางให้ระดับผิวสำเร็จเสมอปีกเหล็ก (Flange) ควรรองแผ่น Metal Deck ด้วยเหล็กฉากก่อนเพื่อรองรับและปรับระดับตำแหน่งของคอนกรีตบนให้เสมอระดับปีกเหล็ก การติดตั้งสามารถใช้การเชื่อมติดหรือใช้การยึดด้วยหัวหมุดเหล็ก (Shear Stud) เป็นระยะเพื่อยึดแผ่น Metal Deck กับคานได้ จากนั้นวางเหล็กเส้นหรือตะแกรงกันร้าวด้านบนแล้วจึงเทคอนกรีตทับหน้า (Topping) และทำการติดตั้งวัสดุปูพื้นหรือทำพื้นผิว (Finishing) ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งพื้น Metal Deck ยังสามารถฝังท่องานระบบต่างๆ เช่น ท่อห้องน้ำ ได้เช่นเดียวกับงานพื้นคอนกรีตหล่อในที่  

แต่หากจะออกแบบให้เป็นพื้นหล่อในที่แบบท้องเรียบ ก็สามารถทำได้ง่ายดาย ไม่ต่างจากการหล่อพื้นกับคานคอนกรีต โดยใช้แผ่นไม้แบบรอง มีคำยันใต้ท้องพื้น จากนั้นเชื่อมเหล็กเสริมเข้ากับคานเหล็ก ซึงสามารถออกแบบให้ระดับหลังพื้นเสมอคาน ต่ำกว่า หรือวางบนพื้นคานก็ได้






พื้นไม้ (Wooden) 

นอกจากพื้นปูน “พื้นไม้” ก็เป็นอีกหนึ่งวัสดุที่มีความแข็งแรงและสวยงาม เป็นวัสดุที่เหมาะสำหรับการใช้งานร่วมกับอาคารเหล็ก เพราะให้ความงามที่คลาสสิก ให้ความรู้สึกอบอุ่น นุ่มนวล เข้ากับสัมผัสที่ดูเข้มแข็งและเยือกเย็นของโครงสร้างเหล็กได้


การติดตั้ง : 

การติดตั้งไม้กับเหล็กใช้ระบบสลักเกลียว (Bolt & Nut) ซึ่งรูปแบบหลักๆ มีการติดตั้ง 2 วิธี ได้แก่ วิธีการติดตั้งตงเหล็กระหว่างคานหลัก ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้ทั้งเหล็ก Cut-T หรือเหล็กกล่องก่อนปูพื้นไม้ ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยประหยัดการใช้วัสดุไม้ลงได้ หรือ อีกวิธีหนึ่ง สามารถวางตงไม้ลงบนคานเหล็กก่อนปูพื้นไม้ตามปกติได้เลย






 

Related Articles


HBEAM CONNECT ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและพัฒนาประสบการณ์ในการใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ ยอมรับไม่ยอมรับ