By SteelMaster 29 January 21
เทรนด์น่าจับตา! อุตสาหกรรมการก่อสร้างปี 2021


เนื่องด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 ในปัจจุบันซึ่งเกิดขึ้นทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ทำให้ธุรกิจต่างๆ หยุดชะงักอย่างไม่เคยมีมาก่อน แม้ว่าสำหรับในอุตสาหกรรมการก่อสร้างยังคงดำเนินต่อไปได้โดยอาจมีการเปลี่ยนแปลงน้อยกว่าในธุรกิจประเภทอื่น แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอย่างการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานที่ต้องเน้นรักษาระยะห่างทางสังคมและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางด้านสุขภาพ ทำให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อการทำงานมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมของวงการธุรกิจก่อสร้าง ซึ่งเราจะได้เห็นมากขึ้นในปี 2021 นี้



Credit : www.snipsmag.com


นวัตกรรมการสำรวจด้วย 3D Laser Scanner 

ใช้ชีวิตแบบ New normal กับเทคโนโลยีการสำรวจด้วยกล้อง 3D Laser Scanner ซึ่งจะเข้ามาทดแทนวิธีการเก็บข้อมูลแบบเดิมๆ ที่ต้องใช้พนักงานจำนวนมากและใช้ระยะเวลานาน ซึ่งนอกจากจะเสี่ยงต่อการสัมผัสที่เพิ่มโอกาสในการติดเชื้อไวรัสแล้ว อาจนำมาซึ่งความผิดพลาดของข้อมูลต่างๆ จากขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อน โดย 3D Laser Scanner เป็นการตั้งกล้องเพื่อเก็บข้อมูลโดยพอยต์คลาวด์ (Point Cloud) ที่จะเก็บค่าตำแหน่งของวัตถุในพิกัด X,Y,Z และประมวลผลเป็น 3D Model ร่วมกับการทำงานของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งให้ค่าข้อมูลที่ละเอียด แม่นยำ และรวดเร็ว ด้วยวิธีการทำงานที่ง่ายนี้เอง จึงช่วยลดจำนวนคนงาน ลดระยะเวลาและลดโอกาสสัมผัสกับผู้อื่น อีกทั้งยังเป็นประโยชน์อย่างมากในงานโครงการเหล็กซึ่งเน้นเรื่องระยะที่แม่นยำ เพื่อง่ายต่อการออกแบบ ลดความผิดพลาด ทำให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ



เทคโนโลยี BIM เพื่อวางแผนการออกแบบและการก่อสร้าง 

BIM หรือ Building Information Modeling เทคโนโลยีสำหรับวงการงานสถาปัตยกรรมและการก่อสร้าง โดยการใช้ระบบคอมพิวเตอร์มาควบคุมกระบวนการต่างๆ ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งในแง่การออกแบบไปจนถึงการคำนวณโครงสร้างต่างๆ อย่างแม่นยำ โดยระบบสามารถสร้างแบบจำลองเสมือนของอาคาร การเขียนแบบ การคำนวณโครงสร้าง การประมาณราคา การจัดซื้อ และรวมไปถึงการวางแผนงานต่างๆ ของอาคาร ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการทำงานโครงสร้างเหล็กที่ต้องอาศัยความแม่นยำ โดยสามารถนำข้อมูลไปใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์อื่นๆ เพื่อการวิเคราะห์ออกแบบโครงสร้าง ซึ่งทั้งสถาปนิก วิศวกร ผู้รับเหมาและลูกค้าก็จะสามารถดึงข้อมูลต่างๆ เพื่อนำไปใช้ทำงานต่อ ลดกระบวนการทำงานที่ซับซ้อน ลดเวลาออกแบบให้สั้นลงเพื่อไปลงรายละเอียดในส่วนสำคัญอื่นๆ ให้มากขึ้น ซึ่งช่วยลดโอกาสที่จะเกิดความคลาดเคลื่อนในการทำงาน ลดปัญหาหน้างาน ใช้คนงานน้อยลง และรองรับกับการทำงานที่บ้านได้ (Work from home)



การเตรียมโครงสร้างเหล็กแบบ Prefabricated 

เพื่อลดระยะเวลาในการก่อสร้างและลดคนงานหน้าไซต์ให้น้อยลง การวางแผนการทำงานจึงมีความสำคัญมาก โดยการจัดการเตรียมชิ้นงานเหล็กให้สำเร็จจากโรงงานด้วยระบบ Prefabrication ซึ่งเป็นบริการจาก Steel Solution By SYS เพื่อให้หน้างานทำหน้าที่แค่ติดตั้งก็จะช่วยลดจำนวนคนงานและประหยัดเวลาในการก่อสร้างได้มากขึ้น เพราะสามารถวางแผนให้สามารถจัดการทั้งงานเหล็กในโรงงาน และดำเนินการในส่วนของฐานรากที่หน้างานไปพร้อมๆ กันได้ เพื่อให้พร้อมประกอบ ขึ้นโครงสร้างได้รวดเร็ว และจบงานไวขึ้น  



Green Technology เน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

เพราะการก่อสร้างต่างๆ ในทุกวันนี้ล้วนมีส่วนในการสร้างมลพิษในแก่โลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีปัญหาฝุ่นผงในอากาศอย่าง PM 2.5 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ ดังนั้นเทรนด์การก่อสร้างในอนาคตจึงให้ความสำคัญกับการลดมลพิษโดยโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมเข้ามามีบทบาทในด้านต่างๆ ของงานก่อสร้างมากขึ้น ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติอย่างวัสดุเหล็ก เพราะในการผลิตเหล็กรูปพรรณรีดร้อน เช่น เหล็กของ SYS ก็มาจากการรีไซเคิลจึงเป็นวัสดุรักษ์โลก อีกทั้งในกระบวนการก่อสร้างโครงสร้างเหล็กก็เป็นระบบ Dry process ที่ไม่ก่อให้เกิดฝุ่นผงหรือควันจากรถปูนซีเมนต์ในระหว่างการทำงาน และการก่อสร้างก็สามารถสร้างได้เสร็จเร็วกว่า จึงช่วยลดมลภาวะต่างๆ ทั้งมลภาวะทางอากาศและมลภาวะทางเสียง ทำให้ลดการรบกวนต่อพื้นที่รอบข้างได้ดีกว่านั่นเอง


 

Related Articles


HBEAM CONNECT ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและพัฒนาประสบการณ์ในการใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ ยอมรับไม่ยอมรับ